วันที่ 6 มี.ค.2568 เวลา 10.30 น. ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) จ.นครสวรรค์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมมอบนโยบาย และรับฟังการพัฒนาระบบบริการด้วยเทคโนโลยีของโรงพยาบาลฯ โดยมี ผู้บริหารเขตสุขภาพที่ 3 ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ แพทย์หญิงรจนา ขอนทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 3 แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาระบบ Telemedicine/AI ทางการแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีในการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) ได้พัฒนาด้าน Digital Health ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข มีการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ ช่วยลดภาระงานบุคลากร และเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนด้วยระบบบริการดิจิทัล อาทิ ระบบ MOPH Refer รับส่งต่อผู้ป่วยหนักและซับซ้อนในเขตสุขภาพที่ 3 สามารถติดตามการรับส่งต่อผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์

“ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นมา ออกใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้ว 5,345 ใบ ลดเวลาส่งต่อได้เฉลี่ย 20 นาที ระบบ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว มีประชาชนยืนยันตัวตน Health ID แล้ว 490,038 คน ออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล 26,918 ใบ วางระบบ Thailand Health Atlas เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยดำเนินการภายใต้ระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสูง” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า รพ.สวรรค์ประชารักษ์ ยังเป็น Smart Hospital ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพบริการ เช่น หุ่นยนต์จัดยา ช่วยลดระยะเวลารอคอยจาก 90 นาที เหลือ 21 นาที, ระบบ Telemedicine, Health Rider, บริการเจาะเลือดใกล้บ้าน, บริการสมาร์ทคิว, ใบสั่งแล็บ/ใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์, บันทึกทางการพยาบาลระบบ Digital ซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศ, ระบบการเบิกจ่ายค่าบริการผ่าน Financial Data Hub ทำให้เรียกเก็บเงินในสิทธิหลักประกันสุขภาพได้ถึง 853 ล้านบาท เป็นต้น

“โดยการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลของโรงพยาบาลพบว่า ช่วยลดต้นทุนด้านสุขภาพในภาพรวมได้ถึง 45.6 ล้านบาท/ปี แยกเป็นลดค่ารักษาพยาบาลซ้ำซ้อน 15 ล้านบาท ต้นทุนกระดาษและเอกสาร 0.6 ล้านบาท ต้นทุนจากการลดแออัดด้วยสมาร์ทคิว เทเลเมดิซีน 30 ล้านบาท/ปี ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงมอบหมายให้โรพงยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เป็นต้น แบบการพัฒนาสู่ Digital Hospital ระดับประเทศ ภายในปี 2570” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) ได้จัดบริการเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่วนโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ (ในเมือง) แห่งเดิม ได้เปิดเป็นศูนย์สุขภาพชุมชนให้บริการปฐมภูมิ รวมถึงบริการทางเลือก เช่น ไตเทียม ทันตกรรม เป็นต้น โดยในระยะต่อไปโรงพยาบาลสวรรค์จะพัฒนาศักยภาพด้าน Medical & Wellness Hub ด้วยการเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษาดูแลสุขภาพบุคคลและความงาม รวมถึงยกระดับสมุนไพรไทย ยาไทย อาหารไทย ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 170 ล้านบาทต่อปี

ผมขอชื่นชมโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ที่ออกแบบโครงสร้างอาคารได้อย่างปลอดโปร่ง และมีพื้นที่กว้างขวางใหญ่โต รวมทั้งมีระบบให้บริการที่ทันสมัย นอกจากนี้ ผู้อำนวยการฯ ยังมีแผนปลูกต้นไม้ภายในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเตรียมสร้างสนามกีฬาให้บุคลากร สำหรับพักผ่อนและออกกำลังกายหลังการทำงาน  นอกจากนี้ ยังต้องขอชื่นชมคณะผู้บริหาร และบุคลากรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ทุกท่าน รวมทั้งบุคคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทุกคน ที่มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาโรงพยาบาลฯ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขไปสู่การปฏิบัติ และต้องขอฝากให้พวกเราช่วยกัน ยกระดับการบริการด้านสุขภาพให้ครอบคลุมทั่วถึงประชาชนต่อไป” นายสมศักดิ์ กล่าว  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ นายสมศักดิ์ จะกล่าวมอบนโยบายในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ได้มอบหมายให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สรุปภาพรวมการทำงานของระบบจ่ายยาอัตโนมัติให้ นายสมศักดิ์ และคณะฟังว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ได้นำระบบจัดยาอัตโนมัติมาใช้ เพื่อลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน จัดรูปแบบการทำงาน วางผังการปฏิบัติงานของบุคลากรภายในห้องยาให้เป็นระบบ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ส่วนประโยชน์ที่ได้รับนั้น จะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยเฉลี่ยลงเหลือ 15 นาทีต่อใบสั่งยา รวมทั้งลดความคลาดเคลื่อนก่อนการจ่ายยา ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลงร้อยละ 30

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเผยแพร่นโยบายเพิ่มศักยภาพ และเป้าหมายในอนาคตของโรงพยาบาลฯ 3 บูธ ได้แก่ 1.การพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลฯสู่ Medical & Wellness Hub ให้เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์-สุขภาพมูลค่าสูง ดูแลสุขภาพบุคคล-ความงาม และยกระดับสมุนไพร ยา และอาหารไทย ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 300 ล้านบาท

2.จิตเวชและยาเสพติด  เนื่องด้วย จ.นครสวรรค์ ได้กำหนดนโยบาย “คนนครสวรรค์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ด้วยกระบวนการขับเคลื่อนงานโดยการพัฒนาสุขภาพจิต ยาเสพติดแบบครบวงจร ที่จัดให้มีระบบการดูแลประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ได้แก่ สุขภาพจิตวัยเรียน สุขภาพจิตวัยรุ่น สุขภาพจิตวัยทำงาน และสุขภาพจิตวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังผลักดันคณะอนุกรรมการประสานงาน เพื่อบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต จังหวัดนครสวรรค์ โดยให้นายอำเภอทุกอำเภอ  นำนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติในพื้นที่ และกำหนดให้เป็นการทำงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) เพื่อทำให้เกิดรูปธรรมโดยใช้กระบวนการบำบัด รักษา และฟื้นฟูตามรูปแบบระดับจังหวัด

และ 3.ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งพัฒนาระบบ Digital Health ของโรงพยาบาลฯ เพื่อเพิ่มคุณภาพการรักษา ลดภาระงานของบุคลากร และเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชน เช่น เพิ่มพื้นที่โรงพยาบาล เพิ่มจำนวนอาคาร และเตียงผู้ป่วย ระบบหุ่นยนต์จัดยา ระบบนัดหมายล่วงหน้า ความเสี่ยงทางคลินิก ประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ฯ



   
   


View 101    06/03/2568   ข่าวรอบรั้วภูมิภาค    โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์