รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เซ็นผ่านร่าง พ.ร.บ.อสม.ฉบับแก้ไขส่งสำนักเลขาธิการ ครม.แล้ว เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป หลังคกก.นโยบายบริหารทุนหมุนเวียนมีมติว่ากองทุน อสม.ไม่จัดเป็นทุนหมุนเวียน เนื่องจากใช้จ่ายแล้วไม่เกิดรายได้กลับมา โดยปรับแก้เป็นการจัดตั้งกองทุนในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแทน และนำเงินรายได้ไปสนับสนุนกิจการ อสม. ของกรมฯ ไม่ต้องส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยจะมีรายได้จาก 5 ช่องทาง ใช้ในการสนับสนุนกิจการ อสม. 3 เรื่องหลัก

          นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... ว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ปรับปรุงแก้ไขร่างฯ ในหมวด 3 จากเดิม "สิทธิประโยชน์" เป็น "สิทธิประโยชน์และการสนับสนุนกิจการ อสม." และเพิ่มอีก 3 มาตรา คือ มาตรา 43 - 45 กำหนดให้กรมฯ เป็นหน่วยงานกลางในการสนับสนุนกิจการ อสม., กำหนดแหล่งที่มาของเงิน และการนำเงินรายได้ดังกล่าวเข้าบัญชีการสนับสนุนกิจการ อสม.ของกรมฯ โดยไม่ต้องส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พร้อมทั้งตัดหมวด 4 เรื่องกองทุนและมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องออก เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนแจ้งว่าการจัดตั้งกองทุน อสม. ไม่เข้าข่ายเป็นทุนหมุนเวียนตาม พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 โดยการเสนอแหล่งรายรับของกองทุนไม่เกิดรายได้ที่แน่นอน และการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเป็นลักษณะของการจ่ายขาด ไม่มีรายได้จากการดำเนินงานกลับมาสมทบเพื่อหมุนเวียนใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

            "คณะกรรมการฯ ไม่ขัดข้องให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และมีข้อเสนอแนะให้จัดตั้งในลักษณะการขอมีเงินรายรับเก็บไว้ใช้จ่ายโดยไม่ต้องนำส่งคลัง และต้องไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน ซึ่งกระทรวงการคลังได้เห็นชอบการไม่นำเงินส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดินเพื่อการบริหารกิจการ อสม.แล้วเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา และได้ลงนามส่งร่างฯ ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ไปยังสำนักเลขาธิการ ครม. เมื่อวันที่ 4 มีนาคม เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป" นายสมศักดิ์กล่าว

          ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า แหล่งที่มาของเงินในการสนับสนุนกิจการ อสม. ตามมาตรา 44 จะมาจาก 5 ช่องทาง คือ 1) เงินและทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค 2) เงินสมทบจาก อสม. ที่มีสิทธิรับเงินค่าป่วยการจำนวน 1,090,163 คน 3) เงินสมทบจากการแจ้งเบาะแสยาเสพติดหรือการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น 4) รายได้อื่นๆ และ 5) ดอกผล ผลประโยชน์ หรือรายได้อื่นที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สิน ส่วนการนำมาใช้ในการบริหารกิจการ อสม. มี 3 กรณี คือ 1) การช่วยเหลือเยียวยา อสม.ที่ได้รับผลกระทบจากการทำงาน 2) เป็นสวัสดิการสำหรับ อสม. สูงอายุ ที่ปฏิบัติงานมาเป็นระยะเวลานานและถูกกำหนดให้เป็น อสม.ประเภทอื่น ซึ่งไม่ได้รับเงินค่าป่วยการ และ 3) การเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ช่วยเหลือเยียวยา และสวัสดิการอื่นใดเกี่ยวกับ อสม. ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเพิ่มเติม

*********************************** 8 มีนาคม 2568



   
   


View 2996    08/03/2568   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ