วงการสาธารณสุขไทย ประสบผลสำเร็จในการควบคุมป้องกันโรคกรรมพันธุ์ ธาลัสซีเมีย ด้วยต้นทุนต่ำ ในปี 2549 ลงทุนไม่ถึง 90 ล้านบาท แต่สามารถป้องกันคนไม่ให้ป่วยและลดค่ารักษาลงได้ถึง 3,000 กว่าล้านบาท นานาชาติให้การยกย่อง ชี้เด็กป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง 1 ราย จะเสียค่ารักษาพยาบาลตลอดอายุขัยประมาณ 1 6 ล้านบาท แต่หากใช้วิธีการเจาะเลือดคู่สมรส รู้ผลก่อนตั้งครรภ์ ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 50 บาท
วันนี้ (25 มิถุนายน 2551) ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 14 จัดโดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ให้แก่ แพทย์ พยาบาล และนักวิชาการทั่วประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคธาลัสซีเมียของประเทศไทยประสบผลสำเร็จ
นายไชยา กล่าวว่า โรคธาลัสซีเมียเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่พบมากที่สุดในโลก โดยพบสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีคนเป็นพาหะโรคนี้ประมาณ 55 ล้านคน จากการศึกษาล่าสุดปี 2547 มีประชากรไทยมีกรรมพันธุ์หรือยีนของโรคธาลัสซีเมียกว่า 20 ล้านคน หรือร้อยละ 30-40 ของประชากรสามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกได้หากแต่งงานกับผู้ที่มียีนผิดปกติเหมือนกัน มากที่สุดที่ภาคเหนือ โดยหญิงตั้งครรภ์ทุก 10,000 ราย มีโอกาสมีลูกเป็นโรคนี้ชนิดรุนแรงชนิดใดชนิดหนึ่ง 638 รายซึ่งสูงมาก หากไม่มีการป้องกันควบคุมในแต่ละปีจะมีเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 12,125 ราย ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ไม่สมวัย และเป็นภาระของครอบครัวที่ต้องดูแลและให้การรักษาตลอดชีวิต เด็กที่ป่วยชนิดรุนแรง 1 ราย จะเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตลอดอายุขัยประมาณ 1,260,000 6,600,000 บาท เฉลี่ยปีละ 10,550 บาท/ราย ขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียประมาณ 630,000 ราย
นายไชยา กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันควบคุมโรค และลดจำนวนผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียรายใหม่ ขณะนี้ไทยมีแผนระดับชาติชัดเจน มีนโยบายให้โรงพยาบาลทุกแห่งเปิดให้บริการปรึกษา และตรวจเลือดดูความผิดปกติเม็ดเลือดของคู่สมรสก่อนตั้งครรภ์ มีค่าใช้จ่ายตรวจเพียงคู่ละ 48 บาท ผู้ที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พบว่าให้ผลคุ้มค่ามาก นานาชาติให้การยอมรับไทยเป็นผู้นำทางวิชาการ และมีแนวทางควบคุมป้องกันโรคด้วยต้นทุนต่ำ
ทั้งนี้ในปี 2549 ได้ตรวจเลือดหญิงตั้งครรภ์ 648,000 ราย พบผิดปกติ 201,400 ราย และติดตามสามีตรวจยืนยันได้ 130,910 ราย ในจำนวนนี้ตรวจพบเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง 4,617 ราย และคู่สมรสยุติการตั้งครรภ์ 770 ราย ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 85 ล้านกว่าบาท ส่งผลให้ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยในอนาคตได้กว่า 3,300 ล้านบาท ในปีนี้มีนโยบายดำเนินการให้ครอบคลุมหญิงตั้งครรภ์ทุกรายที่มีปีละประมาณ 8 แสนราย นายไชยากล่าว
ด้านนายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามแผนงานธาลัสซีเมียแห่งชาติ พ.ศ.2550-2554 ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.พัฒนาระบบป้องกันและควบคุมโรคธาลัสซีเมียให้ได้มาตรฐาน 2. พัฒนาระบบมาตรฐานการรักษาพยาบาล 3. พัฒนาห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวินิจฉัย 4. วิจัยพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนการป้องกันและควบคุมโรค และ5. การประเมินผล ใช้เงินลงทุน 5 ปี 1,000 ล้านบาทเศษ คาดว่าจะลดผู้ป่วยรายใหม่ชนิดรุนแรงลงร้อยละ 50 หรือลดได้ไม่น้อยกว่า 6,371 ราย สามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้ไม่น้อยกว่า 32,000 ล้านบาท ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นแล้วเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด แนะนำให้ดูแลรักษาสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงการออกกำลังไม่ให้เหนื่อยเกินไปเนื่องจากกระดูกเปราะหักง่าย กินอาหารที่มีประโยชน์มีโปรตีนสูง และอาหารที่มีโฟเลทสูงเช่น พืชผักใบเขียว..
***************** 25 มิถุนายน 2551
View 18
25/06/2551
ข่าวเพื่อมวลชน
สำนักสารนิเทศ