สาธารณสุขเผยผลสำรวจพบวัยรุ่นกทม. มองข้ามการดูแลสุขภาพ สนใจออกกำลังกายเพียงร้อยละ 59 เท่านั้น เพราะคิดว่าร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเพิ่ม จับมือกระทรวงศึกษาธิการจัดแข่งขันฟุตซอลชายในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่การศึกษากรุงเทพฯ 48 แห่ง กระตุ้น ปลูกฝังให้รักการออกกำลังกาย เริ่มแข่งกลางเดือนพฤศจิกายน ตัดสินปลายปีนี้ ทีมชนะเลิศได้ทุนการศึกษา 15,000 บาท วันนี้ (12 กันยายน 2551) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แถลงข่าว ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดการแข่งขันฟุตซอล (Futsal) ในโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร ประจำปี 2551” ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งสร้างสุขภาพคนไทย ลดปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคมะเร็ง ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ โดยเริ่มปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก ซึ่งจะสามารถป้องกันการเจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการสำรวจพฤติกรรมการออกกำลังกายของประชาชนในเขตกทม. ของชีวจิตโพล เปรียบเทียบระหว่างปี 2548 และ 2549 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และใช้เวลาครั้งละ 2.44 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ถึง 2 เท่า โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี ครองแชมป์ขี้เกียจออกกำลังกายสูงสุด เพราะมองข้ามสุขภาพ คิดว่าตนเองแข็งแรงอยู่แล้ว โดยมีการออกกำลังกายเพียงร้อยละ 59 เท่านั้น และมีอัตราเพิ่มเพียงร้อยละ 2 นับว่าต่ำที่สุดในทุกกลุ่มอายุ ในขณะที่กลุ่มอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ออกกำลังกายมากถึงร้อยละ 84 ในการกระตุ้น ปลูกฝังให้วัยรุ่นในกทม.ออกกำลังกายมากขึ้น ในปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการขยับกาย ก่อนเข้าเรียน ให้นักเรียนออกกำลังกายหน้าเสาธงทุกเช้าก่อนเข้าเรียน จัดประกวดแอโรบิกด้านซ์ ซึ่งเป็นกีฬาที่ชื่นชอบในกลุ่มเยาวชนหญิง ส่วนนักเรียนชายจะจัดแข่งขันฟุตซอล ในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครทั้งรัฐและเอกชน เริ่มดำเนินการในเขต 1 - 3 เนื่องจากกีฬาชนิดนี้ กำลังเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ เพราะสนุก เล่นง่าย ใช้พื้นที่และจำนวนผู้เล่นไม่มากเหมือนฟุตบอลใหญ่ การเล่นใช้ความรวดเร็ว คล่องตัว เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ที่สำคัญยังช่วยให้เยาวชนชาย ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญต่ออบายมุข ยาเสพติด พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หันมาใช้เวลาว่างที่สร้างสรรค์ และอาจพบดาวดวงใหม่ในวงการกีฬาที่สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศไทยในอนาคต นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ประมาณ 1 ใน 4 เยาวชนไทยโดยเฉพาะในเขตเมืองมีความเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรืออ้วนมากขึ้น เนื่องจากมีสิ่งแวดล้อมที่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีไขมันและพลังงานสูง การส่งเสริมการขายด้วยการเพิ่มปริมาณอาหาร อาหารที่มีรสชาติถูกปาก หาซื้อง่าย นอกจากนี้ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันยังใช้พลังงานน้อยกว่าอดีต เช่น ทำงานใช้สมองแทนการใช้แรงงาน การใช้เวลาว่างดูโทรทัศน์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เล่นอินเตอร์เน็ต โดยมีผลงานวิจัยยืนยันแน่ชัดว่า การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย สามารถควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้น และรักษาโรคอ้วนได้ ทางด้านนายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดแข่งขันฟุตซอลเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร ประจำปี 2551 จะเปิดรับเยาวชนชายอายุ 16 – 18 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 – 3 และเอกชน รวม 48 โรงเรียน เริ่มเปิดรับสมัครในวันที่ 20 - 31 ตุลาคม 2551 ที่กองออกกำลังกาย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จับสลากแบ่งสายการแข่งขันประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2551 โดยแบ่งเป็น 3 สาย สายละ 16 ทีม และแข่งขันรอบคัดเลือกแบบพบกันหมดในสาย คัดเหลือ 16 ทีมเพื่อแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในเดือนธันวาคม 2551 ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยเกียรติยศจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทุนการศึกษา 15,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับถ้วยเกียรติยศจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับถ้วยเกียรติยศจากอธิบดีกรมอนามัย พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬายอดเยี่ยม ดาวซัลโว และผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม รางวัลละ 2,000 บาท และเงินบำรุงทีมรอบคัดเลือกทั้ง 48 ทีม ทีมละ 1,500 บาท และทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 16 ทีม ทีมละ 2,000 บาท มั่นใจว่าการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยตื่นตัวหันมาออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างให้เยาวชนมีวินัยในตนเอง มีความอดทน เรียนรู้การทำงานเป็นทีม มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป *************************** 12 กันยายน 2551


   
   


View 20    12/09/2551   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ