กระทรวงสาธารณสุข ประชุมเตรียมความพร้อมผู้บริหารขับเคลื่อน 7 นโยบายหลักแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนลงพื้นที่ทั่วประเทศในปี 2552 เน้นย้ำผู้ตรวจราชการ สาธารณสุขนิเทศก์ เป็นหัวหอกดูแลกำกับ และตั้งคณะทำงานติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เม็ดเงินถึงประชาชนอย่างคุ้มค่า สร้างความพึงพอใจไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2552 และมอบรางวัลให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นใน 13 โครงการหลักของกระทรวงฯ ปีงบประมาณ 2551 ที่โรงแรมเจ บี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ในปีงบประมาณ 2552 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุขจะให้ทุกจังหวัดดำเนินงานดูแลสุขภาพประชาชน และแก้ไขปัญหาสาธารณสุขที่แตกต่างกันไปตามปัญหาในแต่ละพื้นที่ และบริหารงานอย่างเป็นระบบ โดยให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขนิเทศก์ เป็นผู้ดูแล กำกับนโยบายและแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของพื้นที่ และตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามโครงการ/แผนงานต่างๆอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เม็ดเงินงบประมาณที่ได้รับลงไปถึงประชาชนมากที่สุด และสร้างความพึงพอใจประชาชนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ในการทำงานนั้นได้มอบนโยบายให้ยึดตามแนวทาง 7 ประการ ได้แก่ 1.การพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริ โครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เช่น โครงการฟันเทียมพระราชทาน โครงการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โครงการทูบีนัมเบอร์วัน 2.การพัฒนางานสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแก้ไขปัญหายาเสพติด 3.การระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนงานสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง 3ส. 3อ. ได้แก่ ลด/เลิกพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ลด/เลิกการสูบบุหรี่ ลด/เลิกการดื่มสุราและยาเสพติด ลดอุบัติเหตุทางจราจร เพิ่มการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และส่งเสริมประชาชนออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง4.พัฒนาบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยเทียบเท่าระดับสากล โดยมีการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega Project) เพื่อจัดบริการรักษาพยาบาลเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาทิ ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์รักษาโรคหลอดเลือดสมอง และส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่จำเป็นและมีคุณภาพ รวมทั้งการให้บริการพิเศษ เช่น ในกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งขณะนี้มีกว่า 7 ล้านคน มากกว่าร้อยละ 11 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2552 เป็นปีผู้สูงอายุแห่งชาติ ทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้
5.การเตรียมการแพทย์ฉุกเฉินให้พร้อมรับมือการป่วยฉุกเฉินและภัยพิบัติต่างๆ ตลอดเวลา ทั้งจากภัยธรรมชาติ โรคระบาดที่สำคัญ เช่น ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ 6.ส่งเสริมการศึกษาวิจัยปัญหาสุขภาพคนไทยระยะยาว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคและค้นหาปัจจัยที่ส่งเสริมการมีสุขภาพดี และ 7.สนับสนุนให้มีทูตอนามัยช่วยดำเนินงานด้านสุขภาพระหว่างประเทศ ในประเทศที่เป็นยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข เช่น อินเดีย จีน สวิสเซอร์แลนด์ เป็นต้น
กันยายน ***************************************19 กันยายน 2551
View 15
19/09/2551
ข่าวเพื่อมวลชน
สำนักสารนิเทศ