กระทรวงสาธารณสุข สรุปยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะทั้งหมด 135 ราย เสียชีวิต 2 ราย ขณะนี้ยังนอนรักษาในโรงพยาบาล 45 ราย เป็นชาย 44 ราย หญิง 1 ราย โดยอาการสาหัสอยู่ในห้องไอซียู 4 ราย ซึ่งรวมทั้ง นายไสว ทองอ้ม ขณะนี้อาการดีขึ้น ไม่ได้เสียชีวิตตามข่าวลือแต่อย่างใด นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะ ว่า ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 12.00 น. วันนี้ (15 เมษายน 2552) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ รายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ทั้งหมด 135 ราย เสียชีวิต 2 ราย ขณะนี้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 45 ราย ในโรงพยาบาล 12 แห่ง เป็นชาย 44 ราย หญิง 1 ราย ยังอยู่ในไอซียู 4 ราย โดยอยู่ที่ รพ.ราชวิถีและรามาธิบดีแห่งละ 2 ราย เป็นชายทั้งหมด นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อว่า ที่รพ.ราชวิถี ในวันนี้ ยังเหลือผู้บาดเจ็บนอนรักษาตัว 5 ราย โดย 2 ราย ยังอยู่ในไอซียู วันนี้อาการพ้นขีดอันตราย ส่วนรายอื่นอาการดีขึ้นรอกลับบ้าน สำหรับนายไสว ทองอ้ม อายุ 40 ปี ที่มีข่าวลือว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ขอยืนยันว่าผู้ป่วยยังมีชีวิตอยู่ ขณะนี้นอนพักรักษาตัวที่ห้องไอซียู รพ.ราชวิถี โดยผู้บาดเจ็บรายนี้ มาโรงพยาบาล วันที่ 13 เมษายน 2552 เวลาประมาณ 05.15 น. ด้วยอาการช็อค หมดสติ จากการเสียเลือด แพทย์ปั๊มหัวใจ ห้ามเลือด ให้เลือดและสารน้ำทางหลอดเลือดดำ จนผู้ป่วยพ้นภาวะช็อค จึงนำเข้าห้องผ่าตัด พบว่าผู้ป่วยมีแผลถูกยิงที่แขนซ้ายบริเวณรักแร้ กระสุนปืนตัดเส้นเลือด เส้นประสาทบางส่วนขาด แพทย์ต่อเส้นเลือดด้วยเส้นเลือดเทียม หลังผ่าตัดผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ให้นอนพักรักษาตัวต่อที่ห้องไอซียู ในวันที่ 14 เมษายน 2552 แพทย์ได้นำผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด เพื่อเปลี่ยนเส้นเลือดเทียมที่ต่อไว้เป็นเส้นเลือดดำ หลังผ่าตัดผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ยังใช้เครื่องช่วยหายใจ และในวันนี้ (15 เมษายน 2552) แพทย์นำผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง เพื่อดูเส้นเลือดที่ต่อไว้ พบว่าดีขึ้น ให้สังเกตอาการต่อที่ห้องไอซียู ทั้งนี้ โรงพยาบาล 12 แห่ง ที่รับผู้บาดเจ็บ 45 รายไว้ดูแล ได้แก่ รพ.ราชวิถี 5 ราย รพ.รามาธิบดี 9 ราย รพ. ทหารผ่านศึก 13 ราย รพ.หัวเฉียว 3 ราย รพ.กลาง 4 ราย รพ.พระมงกุฎฯ 6 ราย วชิระพยาบาล 2 ราย รพ.ตำรวจ 1 ราย รพ.คามิลเลียน 1 ราย รพ.บางกอก 9 อินเตอร์ 1 ราย สถาบันประสาทวิทยา 1 ราย และ รพ.เดชา 1 ราย ************************************************** 15 เมษายน 2552


   
   


View 8    15/04/2552   ข่าวเพื่อมวลชน    สำนักสารนิเทศ